วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม (Behaviorism)

กลุ่มทฤษฎีพฤติกรรมนิยม (Behaviorism)
การเรียนรู้ หมายถึง กระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมใหม่ที่ค่อนข้างถาวร พฤติกรรมใหม่เป็นผลมาจากประสบการณ์หรือการฝึกฝน  มี 2 ประการ คือ การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี และการเปลี่ยนแปลงในทางที่ไม่ดี   แต่ในทางการศึกษา  การเรียนรู้  หมายถึง การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวแปร 3 ประการคือ
1.               สิ่งเร้า (Stimulus-S)
2.               อินทรีย์ (Oganism-O)
3.               การตอบสนอง (Response-R)
ทฤษฎีการเรียนรู้พฤติกรรมนิยม (Behaviorism)
จอห์น บี. วัตสัน (John B. Watson) ได้อาศัยแนวของ พาฟลอฟ เกี่ยวกับการเรียนรู้โดยมีเงื่อนไข (The Classical Conditioning Theory) ถือว่า พฤติกรรมต้องสาเหตุมากระตุ้น คือ สิ่งเร้า (Stimulus) และส่งผลต่อการตอบสนอง (Response) การวางเงื่อนไขเป็นสาเหตุสำคัญให้เกิดพฤติกรรม พฤติกรรมส่วนใหญ่ของคนเราเกิดจากการเรียนรู้มากกว่าเกิดจากสัญชาตญาณ
ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิคของพาฟลอฟ (Classic Conditioning Theory)
พาฟลอฟ เชื่อว่า การเรียนรู้ของสิ่งมีชีวิตเกิดจากการวางเงื่อนไข (Conditioning) การตอบสนองหรือการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นต่อสิ่งเร้านั้นๆ ต้องมีเงื่อนไขหรือสร้างสถานการณ์ ให้เกิดขึ้นซึ่งในธรรมชาติหรือในชีวิตประจำวัน จะไม่ตอบสนองเช่นนั้นเลย
                แนวทฤฎษฎี
1.               พฤติกรรมของมนุษย์เกิดจาการวางเงื่อนไขที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าตามธรรมชาติ
2.               พฤติกรรมของมนุษย์เกิดจากสิ่งเร้าที่เชื่อมโยงกับสิ่งเร้าตามธรรมชาติ
3.               มีการลดสิ่งเร้าและหยุดลงหากไม่ได้รับการตอบสนอง
ทฤษฎีการเชื่อมโยงของธอร์นไดด์ (ลองผิดลองถูก) (Thorndike’s Connectionism Theory)
           การเรียนรู้เกิดจาการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนองที่มักจะออกมาในรูปแบบต่างๆ หลายรูปแบบ โดยการลองถูกลองผิด (Trial and Error) จนกว่าจะพบรูปแบบที่ดีหรือเหมาะสมที่สุด
แนวทฤษฎีกฎ 4 ข้อ
1.             ผู้เรียนมีความพร้อม
2.             การฝึกหัดอยู่เสมอ
3.             มีการนำไปใช้
4.             ผลการนำไปใช้สร้างความพึงพอใจ

ทฤษฎีการเรียนรู้แบบการวางเงื่อนไขแบบต่อเนื่องของกัทธรี
                 การเรียนรู้เกิดขึ้นครั้งเดียวก็ได้โดยไม่ต้องทำซ้ำ เมื่อมีสถานการณ์ใหม่ก็สามารถนำรูปแบบการเรียนรู้เดิมมาใช้ได้
แนวคิดทฤษฎี
                กฎความต่อเนื่อง สิ่งเร้าเดิมกลับมา พฤติกรรมกลับมาอีกโดยไม่ต้องเชื่อมโยง การเรียนรู้เกิดได้แม่เพียงครั้งเดียว โดยไม่ต้องฝึกอีก กฎของการกระทำครั้งสุดท้าย เมื่อเกิดการเรียนรู้จะยึดรูปแบบนั้นเลย การจูงใจการเรียนรู้ จะมีแรงจูงใจมากกว่าการเสริมแรง
ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิคของ วัตสัน
                วัตสัน ได้นำเอาทฤษฎีของพาฟลอฟมาเป็นหลักสำคัญในการอธิบายเรื่องการเรียนรู้ แนวคิดของวัตสันคือ การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค ทำให้เกิดการเรียนรู้ เป็นการใช้สิ่งเร้า 2 สิ่งมาคุ่กัน คือสิ่งเร้าที่วางเงื่อนไข (CS) กับสิ่งเร้าที่ไม่วางเงื่อนไข (UCS) แล้วทำให้เกิดการตอบสนองอย่างเดียวกัน
ความแตกต่างของวัตสันกับพาฟลอฟ คือวัตสันใช้คนในการทดลอง มีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยมีกฎการเรียนรู้ดังนี้
1.             กฎการลดภาวะ
2.             กฎการฟื้นคืนสภาพเมตามธรรมชาติ
3.             กฎการสรุปกฎเกณฑ์โดยทั่วไป
4.             กฎการจำแนกความแตกต่าง
ทฤษฎีการเรียนรู้แบบการวางเงื่อนไขแบบโอเปอแรนท์ ของสกินเนอร์ (B.F. Skinner)
(
Operant Conditioning Theory)
               ความเชื่อแนวคิดทฤษฎีของสกินเนอร์ พฤติกรรมที่ได้รับการตอบสนองจะเกิดขึ้นอีก แต่พฤติกรรมที่ไม่ได้รับการตอบสนองจะลดลงและหายไป และการเสริมแรงที่แปรเปลี่ยนทำให้การตอบสนองคงทนกว่าการเสริมแรงตายตัว เมื่อมีการลงทดลองทำให้เรียนรู้ไวแต่ลืมง่าย
ลักษณะของทฤษฎีโอเปอแรนท์
1.        การตอนสนองเกิดจากอินทร์เป็นผู้กระทำขึ้นเอง (Operant Behavior)
2.        การตอบสนองเกิดขึ้นโดยตั้งใจ หรือจงใจ (Voluntary Response)
3.        ให้ตัวเสริมแรงหลังจาก ที่มีการตอบสนองขึ้นแล้ว
4.    ถือว่ารางวัลหรือตัวเสริมแรงมีความจำเป็นมากต่อการวางเงื่อนไขซึ่งเป็นไปตามกฎแห่งความพอใจ (Law of Effect)
5.        ผู้เรียนต้องทำอะไรอย่างหนึ่งอย่างใด จึงจะได้รับการเสริมแรง
6.    เป็นการเรียนรู้ ที่เกี่ยวกับการตอบสนองของกระบวนการทางสมองที่สูงกว่า อันมีระบบประสาทกลางเข้าไปเกี่ยวข้อง
ทฤษฎีการเรียนรู้ของฮัลล์ (Hull’s Systematic Behavior Theory)
ความเชื่อคือ  กฎแห่งสมรรถภาพในการตอบสนอง
ลักษณะของทฤษฎี เป็นกฎแห่งการจัดลำดับกลุ่มนิสัยเมื่อสิ่งเร้ามากระตุ้น เกิดการตอบสนองต่างกันระยะแรกๆ ตอบสนองง่ายๆ ต่อไปเลือกตอบสนองที่ยากขึ้น และกำแห่งการใกล้บรรลุเป้าหมาย การเสริมแรงเมื่อใกล้เวลาบรรลุเป้าหมายจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ได้ดีที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น